วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม อัล มีรอซ กรุงเทพฯ ถูกเติมเต็มด้วยบรรยากาศแห่งมิตรไมตรีในงานเฉลิมฉลองวาระสำคัญ ๓ ประการของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ได้แก่ วันชาติ ครบรอบ ๔๗ ปีแห่งชัยชนะของการปฏิวัติอิสลาม และการเฉลิมฉลองครบรอบ ๗๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านและไทย ซึ่งนับเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำความผูกพันอันยาวนานกว่า ๔ ศตวรรษของสองอารยธรรม

ฯพณฯ ดร. นอเศเรดดีน ฮัยแดรี (H.E. Dr. Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย ได้กล่าวเปิดงานด้วยถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และอธิปไตยของชาติ ท่านได้เน้นย้ำถึงเจตจำนงของประชาชนชาวอิหร่านในการกำหนดเส้นทางเดินของตนเองบนพื้นฐานของเสรีภาพและความยุติธรรม

ท่านทูตได้ฉายภาพความสำเร็จตลอด ๕ ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะความก้าวหน้าในระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ และนวัตกรรม แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โลก แต่อิหร่านยังคงยืนหยัดในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่สมดุลและเน้นการเจรจาอย่างสร้างสรรค์


“ในด้านความสัมพันธ์กับราชอาณาจักรไทยอิหร่านและไทยเป็นสองประเทศที่รักสงบและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานานกว่า ๔๐๐ ปี… เรามุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับอิหร่านที่แท้จริง ซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามและมิตรไมตรี” ท่านทูตกล่าวเชิญชวนให้ก้าวข้ามภาพจำจากสื่อกระแสหลักเพื่อมาสัมผัสอารยธรรมเปอร์เซียด้วยตาตนเอง

นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวแสดงความยินดีในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย โดยยกย่องว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนั้นเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นตามกาลเวลา และได้ชี้เห็นถึงตัวเลขที่น่าสนใจว่า ในปีที่ผ่านมาไทยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านเกือบ ๕๔,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงมิตรภาพอันงดงาม และเป็นเครื่องยืนยันถึงความพยายามของทั้งสองรัฐบาลในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

“ประชาชนของเราคือสะพานเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศอย่างแท้จริง… ไทยให้คุณค่าอย่างยิ่งต่อสายสัมพันธ์อันยาวนานนี้และมุ่งหวังที่จะต่อยอดจากจุดแข็งเพื่อขยายความร่วมมือในด้านที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งเพื่อสันติภาพและความมั่งคั่งของทั้งสองชาติ” รองปลัดฯ กล่าว
ปิดท้ายด้วยมุมมองจากภาคเอกชนที่ทำให้ภาพของอิหร่านจับต้องได้และเข้าถึงง่ายขึ้นผ่านสายตาของ คุณเบญญาภา บุญวัฒนสิทธิ ผู้บริหาร บริษัท เพลินเพลิน จำกัด ในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสความงามของอิหร่านด้วยตนเอง

คุณเบญญาภาได้แชร์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเดินทางชาวไทยว่าอิหร่านเป็นจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม วัฒนธรรมที่งดงาม และมีความปลอดภัยสูง
“อิหร่านวันนี้เที่ยวได้แล้วค่ะ และที่สำคัญคือสวยมากรอยยิ้ม และวัฒนธรรมของคนที่นั่นประทับใจจริงๆ หลายคนอาจกังวลเรื่องการแต่งกายแต่จริงๆ แล้วไม่ได้เคร่งครัดอย่างที่คิดเพียง แค่ให้เกียรติสถานที่ด้วยการสวมชุดสุภาพและคลุมผมอย่างสวยงามก็เพียงพอแล้วแถมค่าครองชีพยังเอื้อต่อการช้อปปิ้งอย่างมาก”
เธอยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการเดินทาง โดยแนะนำสายการบิน Mahan Air ที่บินตรง และ Air Arabia ที่แวะพักสะดวกสบาย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเชื่อมโยงระหว่างผู้คนให้คึกคักยิ่งขึ้น

งานฉลองวันชาติอิหร่านในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการรำลึกถึงอดีต แต่คือการประกาศความพร้อมในการก้าวสู่ทศวรรษที่๘ของความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างมั่นคงระหว่างหนึ่งในมหาอำนาจทางอารยธรรมของตะวันออกกลางกับราชอาณาจักรไทยที่มีไมตรีจิตต่อกันเสมอมา ดังเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งท่านทูต ท่านรองปลัดฯ และผู้ประกอบการไทย ที่มุ่งหวังจะเห็นสายสัมพันธ์นี้เบ่งบานและสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันสืบไป
ประสานงานข่าวโดย: คุณชดา บูรณะพิมพ์ บริษัท 9 หน้าดี จำกัด
